HOME PRODUCTS PET ACCESSORY WHERE TO BUY SHOPING ONLINE NEWS & EVENT FACEBOOK
NEWS & EVENT
 

บทความTWPA ประจำเดือนพฤษภาคม 2553

 

 

         

          สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านนิตยสารอาณาจักรสัตว์เลี้ยง ท่านที่ชื่นชอบสุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูลเทอร์เรีย และกิจกรรมสุนัขลากน้ำหนัก ทุกๆ ท่าน พบกันอีกครั้งสำหรับบทความของชมรมสุนัขลากน้ำหนักแห่งประเทศไทย (Thailand Weight Pulling Association, TWPA) ด้วยความที่งานประจำเยอะมากถึงมากที่สุดทำให้ผมไม่มีเวลาจับปากกาลงบทความให้พี่ๆ น้องๆ ผู้นิยมกิจกรรมลากน้ำหนักหรือเรียกกันสั้นว่า “สิงห์นักลาก”ได้อ่านกัน แต่ก็ยังดีที่ TWPA ได้คนมีความรู้ความสามารถ ช่วยกันส่งบทความให้คุณเมธีได้นำเรียนต่อ บก. นิตยสาร เพื่อไม่ให้บทความของ TWPA ขาดช่วง ถือเสียว่าเป็นการขั้นจังหวะไปในตัวนะครับ
          ฉบับนี้ผมถือโอกาสเล่าเรื่องภาพรวมของกิจกรรมการแข่งขันสุนัขลากน้ำหนักประเพณีขอนแก่น-มหาสารคาม และการทดสอบสุนัขลากน้ำหนักของชมรมสุนัขลากน้ำหนักแห่งประเทศไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2พฤษภาคม 2553 ที่ ผ่านมา งานคราวนี้มีชมรมสุนัขลากน้ำหนักแห่งประเทศไทย และชมรมสุนัขลากน้ำหนักภาคอีสานเป็นผู้รับผิดชอบ โดยมอบหมายให้พี่น้องสิงห์นักลากจังหวัดขอนแก่นรับหน้าที่เป็นผู้จัดงาน ผมในฐานะผู้ถูกมอบหมายให้รับผิดชอบเรื่องสถานที่ ได้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ขอใช้สถานที่ภายในวิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย วิทยาเขตขอนแก่น ซึ่งก็นับว่าโชคดีมา เราได้รับความเมตตาจากท่านผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ใช้สถานที่ได้ ขอกราบขอบพระคุณท่านมา ณ โอกาสนี้อีกครั้งครับ

 


          การประลองกำลังสุนัขนักสู้คราวนี้ เรามีสุนัขลงทำการชิงชัยกันถึง 29 ตัว หากจะเทียบกับการประชาสัมพันธ์ที่เรามีเวลาเพียงน้อยนิดแล้ว “ถือว่ามากเกินคาด” นอกจากสิงห์นักลากขอนแก่นผู้เป็นเจ้าภาพแล้ว เรายังมีพี่น้องสิงห์นักลากของพวกเราเดินทางมาจากทุกสารทิศ เช่นอุดร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร บุรีรัมย์ กรุงเทพฯ และนครสวรรค์ ทีมเจ้าภาพได้รับความช่วยเหลือจากสิงห์นักลากบ้านใกล้เรือนเคียงไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียวและหมูย่างหอมๆ จากทีมมหาสารคาม เครื่องดื่มจากพี่อ๋อยบุรีรัมย์ และทีมนักลากจากอุดรทั้งทีม ที่ขาดไม่ได้คือค่าใช้จ่ายและของรางวัลสำหรับสิงห์นักลากจากท่านผู้การทรงชัย และน้าเก่งเชียงใหม่ ที่อุตส่าห์มอบหมายให้เพื่อนดำเนินการแทน เพราะท่านทั้งสองติดภารกิจจึงไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้ ขอขอบพระคุณท่านอีกครั้งครับ
          แม้ว่างานคราวนี้จะเป็นกิจกรรมการแข่งขันสุนัขลากน้ำหนักประเพณีขอนแก่น-มหาสารคาม และการทดสอบสุนัขลากน้ำหนักของชมรมสุนัขลากน้ำหนัก แต่เรายังยึดถือ กฎ กติกา และมารยาท ของ TWPA “เต็มรูปแบบ” เราเน้นการแข่งขันที่สนุกแต่อยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง ให้เกียรติกัน ทุกคนเป็นเจ้าของงาน สนามนี้เรายังคงใช้วิธีการลากแบบ Slope up เพราะ TWPA คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นที่ตั้ง กล่าวคือ เมื่อสุนัขลากน้ำหนักจนถึงจุดสิ้นสุดแล้ว รถจะไม่ไหลไปชนสุนัขและผู้เป็นเจ้าของ
ผมจะค่อยๆ เกา ค่อยๆ แคะเทคนิคของพี่เลี้ยง และวิธีการลากของนักสู้แต่ละตัวมาให้สมาชิกผู้หลงใหลกิจกรรมสุนัขลากน้ำหนักได้ซึมซับไปทีละน้อยนะครับ
“โปลิส The Best of Best”

 

 


     ผมหยิบโปลิสของพี่อาทิตย์ ผู้จัดการทีมขอนแก่นขึ้นมาพูดคุยเป็นตัวแรกด้วยเหตุผล 2 เรื่องใหญ่ คือเรื่องของคนและเรื่องของสุนัข (จริงๆ ก็มีเพียง 2 เรื่องเท่านั้น)
          ก. เป็นที่ยอมรับกันในหมู่สิงห์นักลากว่า พี่อาทิตย์เป็นครูฝึกสุนัขที่มีวินัย เท่าที่ผมสัมผัสมามีเพียงไม่กี่ท่านที่ฝึกสุนัขอย่างเป็นระบบ (ตัวอย่างเช่นพี่คาวบอยครูของเรา ส่วนผมและอาจารย์เข็มจัดอยู่ในพวก มือฝึกหมาหน้าคีย์บอร์ด)
          ข. ตัวสุนัขเอง โปลิสเป็นสุนัขที่มีความกระตือรือร้น เชื่อฟังคำสั่ง สนามกรุงเทพฯ คว้า Best in Show มาครอง จริงๆ ผมชอบคำว่า Weight per pound, WPP มากกว่า เพราะมันตรงไปตรงมาตามประสาหมาลากดี ไม่ต้องขยายความยอกย้อนกันอีก เดี๋ยวจะมาไล่ถามกันว่า รางวัลนี้กับรางวัล Maximum Weight อันไหนใหญ่กว่ากัน
การที่พี่อาทิตย์พาโปลิสลงสนามตั้งแต่ 500 กก.ทั้งๆ ที่น้ำหนักอย่างนี้ โปลิสไม่ต้องลากก็ได้ ไปเริ่มต้นครั้งแรกที่ 700 กก. ยังไหว แต่ทำไมพี่อาทิตย์ทำอย่างนั้น มันมี 2 นัย กล่าวคือ
          1. สุนัขนักกีฬาที่ซ้อมจนร่างกายได้ที่แล้วน้ำหนักอย่างนี้ถือว่าเป็นการอุ่นร่างกาย
          2. สองเพื่อสับหลีกจังหวะหรือช่วงการลงสนามกับ
          แท็กซี่ นักสู้อีกหนึ่งตัวของพี่อาทิตย์
           พิจารณาดูดีๆที่น้ำหนักรถ 500 ,700 900 , 1100 และอีกทีคือ 1300กิโลกรัม ซึ่งห้าครั้งหรือห้าน้ำหนักดังกล่าว โปลิสลากน้ำหนักใช้เวลาต่ำกว่า 10 วินาทีทั้งนั้น ยกเว้น  ที่ 1300 ที่ใช้เวลา 16.07 วินาที น้ำหนัก “ตันสาม” คืออะไร ตรงนี้สำคัญยิ่ง เพราะหลังจากนี้แล้ว พี่อาทิตย์ลงเก็บทุกน้ำหนัก นัยหนึ่งคือ เป้าหมาของโปลิสเพื่อทีมขอนแก่นน่าจะอยู่ที่ 1300 หรือ 1400 กก. (คนฝึกซ้อมจะรู้) นั่นหมายถึงเมื่อทำได้ถึงเป้าหมายแล้ว ที่เหลือคือกำไร

 


          “เหลี่ยมมุม/จังหวะ ของคน/สุนัข และแรงหายใจเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่”
          ที่ 1500 กิโลกรัม โปลิสใช้เวลา 42.42 วินาที นั่นหมายถึงใช้เวลามากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของเวลาที่มีให้ หรือแปลอีกนัยหนึ่งคือ จำนวนเที่ยวและน้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับแรงที่เหลืออยู่ ตรงนี้สำคัญยิ่งที่ 1600 กิโลกรัม โปลิสลากครั้งแรกไม่ผ่าน นั่นหมายความว่า ประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อ ณ คราวนี้ มีความแข็งแกร่งเท่านี้ พี่อาทิตย์รู้เหลี่ยมมุมนี้ดี พอพี่อาทิตย์พาโปลิสลงสนามครั้งที่สอง จะเรียกสุนัขเหมือนเดิมไม่ได้ เพราะมันคือเฮือกหายใจสุดท้ายและหายใจเดียว ต้องผ่าน หย่อนเมื่อไหร่ รถหยุด นั่นก็หมายถึงหมดสิทธิ์ในการทำให้รถขยับ
          ซึ่งผลออกมาดังที่ผมกล่าวก็คือที่ 1600 กิโลกรัม ครั้งที่สอง โปลิสใช้เวลาเพียง 19.49 วินาที ที่ 1700 กิโลกรัม โปลิสกัดฟันลากรถจนกล้ามเนื้อเกร็งทุกสัดส่วน ตาแดงกล่ำ แต่รถออกจากจุดเริ่มต้นได้มาครึ่งทาง ก็หมดแรง เมื่อความเร็วของรถค่อยๆ ลดลงจนหยุดนิ่งในที่สุด นั่นก็แปลว่าโปลิสหมดแรงที่จะลากรถต่อไปได้อีก
          โปลิสยืนนิ่งไม่ได้ ถอยหลังทีละน้อย เพราะการถอยกลับของรถและรางแบบ Slope up มันพยายามมองหน้าเจ้านายมัน
          ไม่จำเป็นต้องขอความเห็นใจ พี่อาทิตย์เข้าใจดี มองสมุนคู่ใจด้วยสายตาที่อ่อนโอน เอ็งทำดีแล้วไอ้ลูกรัก
          ใช่ครับ โปลิสทำดีกว่าที่ทีมคาดไว้ ไม่ใช่เรื่องใดอื่น ทั้งหมดทั้งปวงเกิดจากการฝึกซ้อมจนเกิดความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน บวกกับการวางแผนที่เป็นขั้นเป็นตอนในการนำนักกีฬาลงสนาม
          “หนึ่งคนสองสุนัขกับการวางแผนที่เป็นขั้นเป็นตอน”
           ผมหยิบแท็กซี่ของพี่อาทิตย์มาเป็นตัวที่สอง เพื่อให้ภาพแห่งความสัมพันธ์กันของ “หนึ่งคนสองสุนัขกับการวางแผนที่เป็นขั้นเป็นตอน”
          แท็กซี่น้ำหนักตัวอยู่ที่ 26.93 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าอยู่ในกลุ่มน้ำหนักมาตรฐานของอเมริกันพิทบูลลากน้ำหนัก กล่าวคือตั้งแต่ 25 – 33 กิโลกรัม โดยประมาณ เราจะเห็นว่าสุนัขที่มีน้ำหนักในช่วงนี้จะมีราว 70 เปอร์เซ็นต์ของสุนัขทั้งหมดที่อยู่สนามแข่ง นั่นหมายความว่า สิงห์นักลากที่ทำสุนัขลากน้ำหนักช่วงนี้แล้วสามารถยืนแป้นที่1 2 และ 3 ได้นั้น ย่อมไม่ธรรมดา

 

 


          ถามว่าสิงห์นักลากรู้ถึงความยากลำบากนี้หรือไม่
          ตอบว่า รู้ครับ แต่ไม่มีใครกลัว ยิ่งยากยิ่งชอบ (คนพวกนี้ชอบอะไรที่ท้าทาย)
          พี่อาทิตย์พาแท็กซี่ลงสนามที่เริ่มต้น 600 กิโลกรัม จากนั้นเว้นครั้งละหนึ่งเที่ยว ซึ่งจะได้ดังนี้ 600 800 1000 1200 1400 และ 1600 กิโลกรัม ตามลำดับ ผมจับการวางแผนลงสนามของสุนัขทั้งสองตัวที่พี่อาทิตย์ วางไว้ จะได้ดังภาพ
          แท็กซี่น้ำหนักตัวมากกว่าโปลิส พี่อาทิตย์จึงทำการขยับการเริ่มต้นไว้มากกว่าหนึ่ง Step โดยโปลิสเริ่มที่ 500 กิโลกรัม และแท็กซี่เริ่มที่ 600 กิโลกรัม ตรงนี้สำคัญหรือไม่ อย่างไร
           ขอตอบว่า “สำคัญมาก” ไม่ใช่ว่าสุนัขที่น้ำหนักมากกว่าจะขยับล่วงหน้าได้โดยไม่ต้องคิด แต่เป็นเพราะว่าพี่อาทิตย์รู้ดีว่า “ไอ้หน้าจืดทำได้”ทำไมมั่นใจขนาดนั้น ทั้งๆ ที่เป็นหมาใหม่
          “การฝึกซ้อมครับ” พี่อาทิตย์บอกผมในช่วงที่ทำการฝึกซ้อมว่า “แท็กซี่ ทำได้ดีกว่าโปลิส” ทั้งๆ ที่เบอร์กระดูกยังไม่เท่าโปลิส แล้วทำไม่พี่อาทิตย์ไม่เอาแท็กซี่ลงเป็นตัวแทนทีมขอนแก่น ผมตอบแทนได้เลย ว่า มี 2 เรื่อง
           ก. ไม่เลือกแท็กซี่ เพราะเมื่อเทียบปอนด์ต่อปอนด์แล้ว โปลิสดีกว่า ด้วยว่าน้ำหนักตัวโปลิสน้อยกว่านั่นเอง ทีมขอนแก่นวางเป้าหมายไว้ว่าแม้เราจะสู้ทีมมหาสารคามไม่ได้ในถ้วย Maximum weight แต่ถ้วย Most Weight per pound น่าจะอยู่ที่ขอนแก่น
          ข. ไม่เอาแท็กซี่ลงในทีม ทั้งๆ แท็กซี่ทำได้ดีกว่าสุนัขหลายๆ ตัวของทีมขอนแก่น เพราะนี่คือสปิริตครับ
          ท่านเป็นผู้จัดการทีม อยากให้น้องๆ ได้แสดงฝีมือด้วย อยากให้ทุกคนมีส่วนร่วม เมื่อทุกคนทำเต็มที่แล้วแพ้หรือชนะไม่ว่ากัน นี่คือการแข่งขันสุนัขลากน้ำหนักที่เน้นความรัก ความสามัคคี ไม่ได้แข่งกินบ้านกินเมืองกัน  ถึงตรงนี้ผมคงไม่ต้องอธิบายมั๊งครับว่า ทำไม่ไม่เอาแท็กซี่ลง ที่ทุกน้ำหนักที่โปลิสลง มันจะได้ง่ายต่อการวางแผน หรือจดจำ ทำอย่างนั้นก็พอได้ในระยะเริ่มต้น เพราะสุนัขสองตัวอยู่ห่างกันพอสมควร มีเวลาเตรียมตัว แต่น้ำหนักรถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สุนัขตัวอื่นตกรอบไปเยอะแล้ว เหลือสุนัขในสนามเพียงไม่กี่ตัว สองตัวจะขยับรอบเข้ามาใกล้กันเองโดยปริยาย  นั่นคือการอ่านเกมส์ล่วงหน้า “ขอบคุณครับพี่อาทิตย์ ยอดโค้ช ยอดผู้จัดการทีม” ……………….
           ไอ้หน้าจืด นักลากไร้วิญญาณไว้ลาย.. (โปรดติดตามตอนต่อไป)
          “กีฬาสุนัขลากน้ำหนักเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ของสุนัข และผู้เป็นเจ้าของได้อย่างน่าอัศจรรย์ กีฬาสุนัขลากน้ำหนักเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความรักความสามัคคีให้กับพี่ๆ น้องๆ ของพวกเรา คนที่รักในสิ่งเดียวกัน”
          สุดท้ายก่อนจากกันในฉบับนี้ผมใคร่ขอขอบคุณอาหารสุนัข GM TURBO อาหารสุนัขพรีเมียมเกรดฝีมือคนไทย นิตยสารอาณาจักรสัตว์เลี้ยงสื่อกลางของคนรักสุนัข ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมนี้ด้วยดีมาตลอดลองดูนะครับสำหรับท่านที่มีสุนัขลองจับชุดลากสวมให้ แล้วท่านจะเห็นว่ากิจกรรมสุนัขลากน้ำหนัก เป็นกิจกรรมที่ใครก็สามารถเล่นได้ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ

 

 

 

 
     
 
HOME CONTACT